มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิดหรอกค่ะ

นากาพึ่งจะออกจากโรงพยาบาลมานี่เอง

เนื่องด้วยโดนรถชนเอาค่ะ

ชนตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้ว พึ่งออกจากโรงพยาบาลมาเมื่อวันพุธนี่เอง

ขอบคุณที่พระบิดายังเมตตาให้ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ต่อไปได้

วันที่โดนชนก็เป็นวันพฤหัสบดีตอนเย็น ๆ ประมาณ 6 โมงค่ะ

นากาขับรถจักรยายยนต์ออกจากบ้านเพื่อไปออกกำลังกายตามปกติ

ออกจากซอยบ้านมาก็เข้าถนนใหญ่ เป็นถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ค่ะ

นากาต้องเดินทางเส้นนี้ประจำ ก็ขับรถมาอย่างปกติ ขับตรงมาเรื่อย ๆ ตามเลนซ้าย

จู่ ๆ มีรถกระบะสีแดงมาจากทางขวา พยายามจะปาดหน้าแซงรถของนากาค่ะ แต่ไม่พ้น

ผลเหรอคะ

ท้ายรถของเขามาปัดเอาหน้ารถนากาเข้าจัง ๆ เลยค่ะ

ตอนนั้นจู่ ๆ ก็มือไปหมดได้ยินแต่เสียง "ปัง" ของรถที่กระแทกเรา

รู้สึกมองเห็นอีกทีก็คือนอนกลิ้งที่ถนนแล้วค่ะ

ลุกขึ้นมามองเห็นรถตัวเองอยู่ห่างจากเราประมาณ 5 เมตร (ไกลเอาเรื่องนะคะ)

หมวกกันน็อคหน้ากากหลุดกระเด็ดไปไหนไม่รู้ค่ะ แต่หน้านี่ร้อนไม่หมดเลย

พอมีคนมาช่วยพยุงตัวขึ้นก็เห็นฟันตัวเองหลุดมาอยู่ที่หน้าขาตัวเอง แล้วเลือดก็ออกจากปากเป็นน้ำเลย

(ในใจตอนนั้นคิดแล้วว่า ไม่รอดแล้ว ฟันฉัน)

จากนั้นก็มีรถฉุกเฉินแบบว่า.... คงเป็นของมูลนิธิอะไรสักแห่งที่เขาอยู่บริเวณนั้นมารับตัวนากาไปโรงพยาบาล

(มารู้จากพี่ชายทีหลังว่า รถนั่นจะจอดประจำอยู่บริเวณห้างคาร์ฟูที่อยู่ตรงข้ามกับที่เกิดเหตุพอดี)

ตอนนั้นสติมีเต็มร้อยเลยนะคะ (ยังมีการเก็บนาฬิกาข้อมือที่หลุดไปมากำไว้ด้วย กลัวหาย 555) บอกคนที่มาช่วยว่าติดต่อบ้านให้ที บ้านหนูอยู่ข้างหลังนี่เอง

เอาก็บอกว่าเดี๋ยวไปโรงพยาบาลก่อน แล้วค่อยบอกนะ

นากาโดนจับใส่รถแล้วเขาก็ขับไปอย่างไวค่ะ ตอนนั้นบอกเขาว่าจะไปโรงพยาบาลเอกชนนามสมมุติ M ที่เป็นโรงพยาบาลใกล้บ้าน (แค่เลี้ยวซ้ายไปหน่อยก็ถึงแล้ว)และสิทธิ 30 บาทเราก็อยู่ที่นั่น

มันพาไปไหนรู้มั๊ยคะ

โรงพยาบาลเอกชนที่ขึ้นชื่อว่าแพงจิ๊บเลยค่ะ โรงพยาบาลนามสมมุติ R ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุ 1 กิโลเมตร

(เท่าที่รู้มา รถฉุกเฉินพวกนี้จะได้ค่าที่พาเรามาส่งจากโรงพยาบาลนี้ในราคาที่สูงกว่าโรงพยาบาลอื่น)

มึนหัวไปหมดตอนนั้น รู้แต่ว่าเจ็บหน้ากับขามาก ๆ แถมเวียนหัวสุด ๆ เวลาขยับตัว

ถูกจับเช็ดแผล , x-rayกระโหลกกับขา เย็บแผลสดที่หน้า แถมถูกเอาผ้าก๊อตยัดปากอีก เพราะฟันหน้าหัก

ที่เจ็บสุด ๆ ก็คงตอนเย็บแผลที่จมูกล่ะค่ะ เพราะต้องเย็บกระดูกอ่อนให้มันติดกัน ขนาดยาชายังไม่เป็นผลเลย

สักพัก พอเราเย็บแผลเสร็จหมดแล้ว คุณตำรวจก็มาค่ะ

ถามว่าเรามีบัตรอะไรแสดงตัวมั๊ย

ตอนนั้นพกไปแต่มือถือกับเงิน 11 บาท ค่ะ (- -") หลักฐานอะไรเราเลยไม่มีสักอย่าง

แถมพูดไม่ได้อีก

แต่ยังดีที่มือไม่เป็นไรค่ะ เขียนได้ เลยเขียนชื่อกับที่อยู่ เบอร์โทรที่บ้านแล้วก็ชื่อคุณแม่ให้ตำรวจไป

คุณตำรวจก็ถามว่า รถกระบะสีแดงใช่มั๊ยที่ชนเรา ตอนนี้จับได้แล้วนะ รถหนูกับคดีอยู่ที่ สน. นี้นะ แล้วจะแจ้งที่บ้านให้

พอคุณตำรวจไปแล้วก็โดนพาไป ICU เลยค่ะ

ICU ก็ถามชื่อกับที่อยู่อีก นากาก็ต้องเขียนอีกรอบ แล้วขอทางโรงพยาบาลติดต่อทางบ้านอีกที

ตอนอยู่ ICU บอกได้เลยค่ะว่าไม่กล้าหลับ กลัวไม่ตื่นเอามาก ๆ เลยตอนนั้น

เพราะมันหมุนไปหมด แค่ขยับหัวก็มึนแล้ว

พอคุณแม่กํบพี่ชายมาก็มีกำลังใจมาหน่อยแล้ว เขียนบอกแม่ว่า รถอยู่ที่ไหน คดีอยู่ สน.ไหน และขอให้คุณแม่โทรบอกเพื่อน ๆ ที

เพราะวันนั้น นากานัดเพื่อนสาวไว้ว่าจะไปออกกำลังกายด้วยกัน ป่านนี้คงรออยู่ ไม่ก็โกรธแหงม ๆ ก็กว่าโรงพยาบาล กับ ตำรวจจะแจ้งไปที่บ้านก็ปาไป 2 ทุ่มแล้ว

ส่วนวันศุกร์ก็มีนำเสนองานกลุ่มอีก ต้องรีบแจ้งให้เพื่อนรู้ก่อนไม่งั้นเดี๋ยวงานกลุ่มจะล่มเอา

ICU ให้เยี่ยมไม่นานค่ะ แม่ก็ต้องออกไปตอนก่อน3 ทุ่ม ตามเวลาของห้องนั้น แม่ก็ไปเดินเรื่องต่อที่ สน. เลย

ก็จะหลับลงก็ตอน เที่ยงคืนกว่า ๆ เท่าที่ดูในห้องICU นั้น มีแต่คนไข้อุบัติเหตุทั้งนั้นเลย

(แถมเตียงข้าง ๆ นากาเมาไม่สร่างอีกต่างหาก แหกปากโวยวายซะค่อนคืน)

พอเช้า 8 โมง ห้อง ICU ให้เข้าเยี่ยมได้ ก็มีแม่ กับเพื่อนบ้านมาเยี่ยม จากนั้นเพื่อน ๆ ก็เริ่มมากัน

คนมาเยี่ยมนากาซะจนชุดที่เขาให้ญาติสวมเข้าห้อง ICU ไม่พอ ต้องให้คนเก่าออกมาก่อน 555

ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ที่ตอนนั้นมีคนมาเยี่ยมหาเยอะเลย (อาจเพราะว่าพอบอกว่าอยู่ ICU เท่านั้นแหละ มีแต่คนตกใจ)

บ่าย ๆ มาก็ได้ย้ายไปอยู่ห้องพิเศษค่ะ

คุณแม่ได้พบกับคู่กรณีแล้ว และคู่กรณีนั้น เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ในรถกระบะนั้นมีกันอยู่ 6 คน ซึ่งทั้ง 6 คนนั้น......

เมาเละค่ะ

มารู้เอาทีหลังว่า รถกระบะนั่นชนนากาแล้วเสียหลัก ตกร่องข้างทาง หลังจากขึ้นมาได้ก็ขับไปต่อ แล้วไปเฉี่ยวชนกับรถมิร่าอีกคัน

คราวนี้ก็เลยต้องโดนลากมาเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหายรถมิร่า เป็นบุญของเราด้วยว่า ถ้าไม่มีรถมิร่าคนนั้นยื้อเวลาล่ะก็ นากาคงเจ็บตัวฟรีล่ะค่ะ งานนี้ เพราะเจ้าพวกในรถกระบะนั่นบอกว่าไม่ได้ชนนากา

รถของนากาล้มเองไม่เกี่ยวกับเขา

....เวงเอ๊ย...

ตำรวจบอกว่าหลักฐานมีค่ะ คือสีรถของนากาไปติดที่รถเขา เพราะอย่างนั้น มันชนนากาแน่นอนค่ะ

แต่.... ยังเลวไม่พอนะคะ

เพื่อน ๆ มันว่า คนขับจริง ๆ หนีไปแล้ว เป็นเพื่อนผู้หญิง แต่รถมิร่ายืนยันว่าไม่มีผู้หญิงอยู่ในรถค่ะ เลยไม่รอด

งานนี้คุณตำรวจช่วยเข้าข้างเราเต็มที่เลยค่ะ เพราะว่าเพื่อน ๆ ที่เหลืออีก 5 คนนอกจากคนขับนั้น ไปกวนส้นเท้าคุณตำรวจเอามาก ๆ แถมไปป่วนโรงพักอีก กว่าจะทำคดีต่อได้ก็เกือบได้นอนคุกกันทั้ง 6 คนแล้วล่ะค่ะ

คนขับก็คือเจ้าของรถล่ะค่ะ เป็นนักศึกษามหาลัย ปี 2 พ่อแม่จึงต้องมาช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องเงิน กับ คดี

พ่อแม่เขาก็ดูโอเคหรอกค่ะ แต่เจ้าคนขับนี่สิ.... หน้าตามันไม่บ่งบอกเลยนะว่าสำนึกผิดน่ะ

อยากให้มันลองมาเจ็บอย่างเราจัง มันจะได้รู้ว่าทรมาณนะเอ็ง โดยเฉพาะตอนล้างแผลน่ะ

พ่อแม่เขามาขอโทษเรา นากาก็ได้แต่พยักหน้า (ด่าก็ไม่ได้เพราะกัดผ้าก๊อตอยู่ ตบตีก็ไม่ได้ยังมึนหัวอยู่ จิ๊)

ไม่รู้บุญ หรือ กรรม ของมัน เจ้าคนขับมันเป็นรุ่นน้องของเพื่อนนากาเอง เพื่อนนากาก็เลยจิกมันไปสั่งสอนซะหน่อย.....(แต่ก็อย่างว่า มันไม่ค่อยรู้สึกวุ๊ย)

พ่อแม่คนขับทำธุรกิจค้ารถค่ะ ค่ารักษาพยาบาลเขาก็เลยจะออกให้โดยใช้เงินประกันจากรถของเขาเอง

พ่อแม่เค้าก็ดูดีนะคะ แต่ลูกทำไมคนละเรื่องแบบนี้ฟะ

อยู่โรงพยาบาล R ได้ 3 คืนก็ย้ายโรงพยาบาลไปอยู่โรงพยาบาล M อย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก

โรงพยาบาล R นี่ขูดเงินจริง ๆ ให้ตายเถอะค่ะ

คุณแม่แจ้งต้องการย้ายโรงพยาบาลตั้งแต่วันศุกร์ เพราะว่าอยู่โรงพยาบาลM ใกล้บ้าน แถมตอนนี้แม่ไม่ค่อยสบาย อยากให้ลูกไปอยู่ใกล้ ๆ ดีกว่า

พยาบาลเขาก็ว่าไม่เป็นไร นอนต่ออีก 2-3 วันเงินประกันก็ยังเหลือ เพราเดี๋ยวตอนนี้ประกันจะจ่ายให้ก่อน 15,000 แล้วเราจะได้ประกันจากสถาบันอีก 10,000 ส่วนนากาทางโรงพยาบาลจะดูแลให้ ให้แม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล M เถอะ

แต่พอวันเสาร์แจ้งให้พยาบาลทราบว่า ประกันของสถาบันมีปัญหาไม่สามารถจ่ายให้ได้ เท่านั้นแหละค่ะ

พี่ท่านก็เขียนในใบประวัติการรักษาว่า

"สิ้นสุดการรักษา"

หมายถึงว่า ไม่ต้องทำอะไรแล้ว กลับบ้านได้เลย ออกได้ทันที ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานยังบอกว่ายายังไม่ครบครอสเลย

(- -")

ตอนแรกบอกว่าจะมีรถไปส่งให้ ไป ๆ มา ๆ ไม่มีรถค่ะ เสื้อผ้าก็หามาเปลี่ยนเอง เดินทางไปเอง

โรงพยาบาลนี้ขอจบเพียงเท่านี้ล่ะค่ะ อย่าได้มีเหตุให้เราต้องเจอกันอีกเลย

หน้าเงินจริง ๆ

อยู่โรงพยาบาล M นี่แทบจะตรงกันข้าม

หมอถามแต่ว่า อยากกลับบ้านรึยัง หมอดูแล้ว ไม่มีอะไรมากแล้วนอกจากเช็ดบาดแผล ทำความสะอาดแผล แล้วก็ตัดไหมเท่านั้นเอง

ก็อยู่ซะ 3 คืนรอแผลที่หน้าดีขึ้นกว่าเดิม เพราะเดี๋ยวกลับไปคุณยายจะตกใจเอา

(ที่บ้านไม่มีใครกล้าบอกคุณยายว่านากาเป็นหนัก เพราะท่านพึ่งออกจากโรงพยาบาลวันที่นากาเข้าโรงพยาบาลแหละค่ะ... (- -"))

ตอนนี้ แผลที่หน้าไม่เท่าไหร่แล้วค่ะ ไม่ค่อยบวมแล้ว แต่มึนหัวก็ยังเป็นอยู่หน่อย ๆ ที่หัวเข่าแผลยังไม่หายดี ตอนนี้เลยยังเดินไม่ค่อยคล่อง

แถมยังต้องรักษาฟันที่หักอีก ฮือ...... ฟันหน้าหักไป 2 ซี่ ต้องรักษาอีกยาวเลย (คุณหมอประเมินค่ารักษาไว้ที่ 27,000 (-[]-") ดีที่คู่กรณีออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้อีกต่างหากนอกเหนือจากประกัน)

อยากขอบคุณที่สุดเลยก็คือ

เพื่อน ๆ พี่ ๆ เพื่อนบ้านที่ไปเยี่ยมหา ขอบคุณที่ซื้อของมาฝากนะคะ เกรงใจจัง

ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่ฝากความเป็นห่วงมาให้

ขอบคุณ อาจารย์ที่คณะมากเลยค่ะ ที่มาเยี่ยมหา

และที่สุดก็คือ

ขอบคุณคุณแม่ ที่สั่งสอนให้เป็นคนที่ไม่เคยละทิ้งหมวกกันน็อคแม้จะขับรถไกลใกล้

เพราะถ้าไม่มีหมวกกันน็อคอันนั้นล่ะก็ นากาคงเหลือแต่ชื่อจริง ๆ ล่ะค่ะ

เพราะขนาดใส่หมวกกันน็อคแล้ว หน้ายังพังได้ได้ตั้งครึ่งหน้า แถมหัวโนปูดเป็นมะกรูดได้อีก

***********************************

อยากบอกอีกนิด ถ้าใครที่ดื่มของมึนเมาแล้วจะต้องขับรถ คิดดี ๆ ก่อนเถอะค่ะ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา คนที่ตายอาจจะไม่ใช่แค่คุณคนเดียวก็ได้

อยู่เฉย ๆ ก็เป็นเหยื่อของเมาแล้วขับได้เหมือนกันนะคะ

Comment

Comment:

Tweet

ยังไงก็ขอให้หายเร็วๆ นะ
เป็นคนที่ตกข่าวที่สุดแล้วสินะเราเนี่ย งือๆ

#14 By Mahoro (61.91.81.41) on 2005-07-30 00:47

ไม่สำนึก แล้วยังจะบอกว่ารถเจ๊ล้มเองอีก
มันเอาสมองส่วนไหนมาคิดล่ะนี่
หายเร็วๆ นะเจ๊นากา
อย่าลืมกินยาให้หมดนะคุณ

#12 By Dome (58.8.249.110) on 2005-07-17 11:17

จริงๆไม่เห็นต้องสงวนชื่อนามสกุลเลยอ่ะ
บอกมาเลยก็ได้นะนากา ประจานดี พวกใช้ผลบุญที่เหลือจากชาติที่แล้วมาเกิดแบบนี้ ส้งติงง่ะ....

ยังไงก็ต้องระวังตัวให้มากขึ้นกว่าเดิมอีกเนาะเนี่ย สมัยนี้อะไรๆก็เชื่อใจไม่ได้แล้ว ทั้งความปลอดภัยของตัวเองและโรงพยาบาล เฮ่อ.......

หายไวๆนะค้า

#11 By อูฐดารา on 2005-07-15 19:40

เง้อออ นากา =[]='''
/me กอดๆๆๆ หายไวๆนะคะ

ตอนที่เปิดบลอคอ่านนี่อึ้งมากเลย รถชน แล้วอาการก็ไม่ใช่น้อยๆด้วยอ่ะ โอย.... ขออนุญาตด่าคู่กรณีหน่อยเหอะว่าเลวนรกมาก จิตสำนึกของคนคงไม่มีเลยใช่ไหมเนี่ย ชนแล้วยังจะปฏิเสธอีก ขอให้มันโดนชนเข้าซักวันจะได้รู้สึก เท่าที่อ่านมาก็รวยไม่ใช่เล่นนี่ พ่อแม่ก็ดี ทำไมลูกเลวเยี่ยงนี้ สงสัยเป็นเด็กมีปัญหาล่ะมั้ง -__-***

แต่ก็ดีแล้วล่ะค่ะที่รอดพ้นมาได้ด้วยดี คราวหลังอย่าขับมอเตอร์ไซค์เลยนะนากา เป็นห่วงง่า T___T ถึงนากาจะขับดีแค่ไหนแต่บนถนนก็ยังมีพวกบ้าๆแบบนี้อยู่ดี เราเองก็เคยโดนมีประสบการณ์รถชนเหมือนกัน รถพ่วงชนรถพ่อเรา จำได้ว่าทั้งพ่อเราและรถพ่วงขับมาดีๆทั้งคู่ แต่รถข้างๆมันมาปาดหน้ารถพ่อเรา แล้วพอเราขับหลบ รถพ่วงมันก็วิ่งมาพอดี ชนรถเรากระเด็นไปติดต้นไม้ข้างทางเลยล่ะ สภาพขนาดที่คนมาเห็นก็คิดว่า "ไม่รอดแน่" แต่โชคดีที่ยังมีชีวิตรอดทั้งครอบครัว และโชคดีที่เราไม่เป็นอะไรเลย นึกขอบคุณแม่พระอยู่ในใจจนทุกวันนี้ (แต่พ่อกับแม่เราเจ็บหนักใช่ย่อย)

#10 By ┼ SY┼ on 2005-07-15 16:36

ขอให้หายไวๆนะ เคราะห์ร้ายจงผ่านพ้นไปสิ้น

#9 By หมาน้อย (203.151.140.118 /203.113.32.13) on 2005-07-15 13:09

โชคดีนะครับ ที่ยังมีโอกาสกลับมาเขียนบล๊อคต่อได้

เคยดูทีวีรายการนึง ที่เค้าเอาเหยื่อจากผลของการ "เมาแล้วขับ" มาออกรายการ แล้วเกลียดพวกนี้ไปเลย
บางคนเค้าถูกชน จนไม่สามารถทำอะไรได้เองอีกเลย (ตั้งแต่คอลงไปเป็นอัมพาต) ค่าเสียหายหรือค่าปรับ ที่พวกนั้นต้องจ่าย มันเทียบไม่ได้เลย กับความเจ็บปวดทั้งชีวิตของเหยื่อ

ยังไงก็หายเร็วๆนะครับ หายแล้วไปทำบุญด้วยก็ดีนะครับ รู้สึกช่วงนี้โชคร้ายเหลือเกิน (เข้าช่วงเบญจเพส รึป่าวเนี่ย?)

ขนาดใส่หมวกกันน๊อคแล้วยังฟันหัก นากาใช้หมวกแบบที่ไม่ได้ครอบคางด้วยสินะ ผมว่าเปลี่ยนเป็นแบบที่ปิดมิดทั้งหัวเลย จะเซฟกว่านะ

#8 By ม่อน on 2005-07-15 13:04

Jay : โฮๆ อ่านแล้วสงสารง่า T_T
(เพราะเคยเข้าโรงพยาบาลเหมือนกัน รู้ว่ามันทรมาน กึก..กึก)

ขอให้หายเร็วๆนะจ๊ะ

#7 By Jay on 2005-07-15 08:04

หายไวๆนะคะ พี่นากา
ดีนะที่พี่เอาหมวกไปด้วย
พวกที่เมาแล้วขับชอบสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
แย่มากๆ ต้องลงโทษหนักๆเนอะ!!

#6 By iceji1992 on 2005-07-15 07:06

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจริงๆ แต่จะบอกแค่ว่าอย่าประมาทก็คงไม่ได้ เพราะนี่ขนาดตัวเราไม่ได้ประมาทนะเนี่ย ก็ยังโดนคนที่ประมาทมันขับรถมาเสยเอาได้อีก อ่านแล้วพลอยใจหายไปด้วย แต่เคราะห์ดีจริงๆนะคะที่ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง

สำหรับเรื่องคู่กรณีเลวๆนั่น...คงได้แต่รอวันที่กรรมจะสนองมันเองล่ะค่ะ
(โรงพยาบาล R ก็พอกันเลยน่อ - - )

/me ส่งใจไปช่วยรักษา ขอให้หายเร็วๆนะคะ

#5 By Piggy on 2005-07-14 23:51

= = '' / โฮ่ย โชคดีมากน่อ แต่น่าเชือดคู่กรณีชิบเป๋งเลย ไม่ก็
จับมันไปชนเล่นซักที หึๆๆ

เรื่องรถฯ...- - ' หากินกับคนทำอะไรไม่ได้นี่เลวพิกลหนอ ขอให้แค่มันเห็นว่า รพ นั้นอยู่ใกล้ๆละกัน

หายเร็วๆน่อ จะได้กลับมา Y ต่อ(ฮา)

#4 By Kuro Noire on 2005-07-14 23:37

พอลำบากแล้วมีคนเป็นห่วงเป็นใยดีนะ นากาไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว
คู่กรณีร้ายมากเลยอ่ะ = ="

#3 By mumu on 2005-07-14 23:29

มันพาไปไหนรู้มั๊ยคะ

โรงพยาบาลเอกชนที่ขึ้นชื่อว่าแพงจิ๊บเลยค่ะ โรงพยาบาลนามสมมุติ R ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุ 1 กิโลเมตร <<< มันเป็นธุรกิจไปแล้วล่ะครับ -_- (โอ้..เมืองไทย..)

พวกนี้นี่ก็แปลกอยู่อย่าง แทนที่มันจะโดนเอง ดันไปลากคนอื่นมาโดนแทนซะนี่ (เจอกี่ทีก็แช่งพวกนี้ตลอด ="= )
ยังดีมีหลักฐานให้เถียงไม่ขึ้น
ขอให้หายไวๆนะครับ
เห็นชื่อคุ้นๆ จำได้ว่าน้องรู้จักกันกับ แป้ง-เอมิล แล้วเป็นคนเชียงใหม่ด้วย (พี่ก็เกิด เชียงใหม่ ครับ ^.^/ ) เลยเข้ามาอ่านดูหน่อย

อ่านแล้วน่าโมโหพวกเมาแล้วขับจริงๆ พี่สาวของผมเมื่อหลายปีก่อนก็ถูกรถเฉี่ยวอย่างแรงจากรถของคนที่เมาๆนี่ล่ะครับ (ใกล้ๆ ริเวอร์ไซด์) ดูของน้องก็ท่าจะเจ็บตัวไม่น้อยเลย รักษาตัวด้วยล่ะกันนะครับ

จากที่กลับไปเยี่ยมบ้านที่ เชียงใหม่ ก็ยังเหมือนเดิมน่ะครับ ต้องระวังเรื่องการจราจรพอสมควร ไม่ว่าจะ มอเตอร์ไซค์ หรือ รถยนต์ก็ตาม ของน้องยังมีโชคดีบ้างที่มีพยานหลักฐานและเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือด้วย เลยเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีได้ (อ่านแล้วคู่กรณีทำตัวน่าถีบจริงๆเฮ้อ นะ - -" )

เรื่องโรงพยาบาลก็มีความเป็นไปได้ครับที่เขาจะฮั้วกันกับทางมูลนิธินั่นหรือเปล่าไม่รู้ แต่มองในแง่ดี อย่างน้อยก็ทำให้คนที่เจออุบัติเหตุอย่างน้องได้รับการรักษาที่ทันเวลามากขึ้นนะครับ เพราะ โรงพยาบาลรัฐบางทีรอคิวนานมากๆครับ เคยเห็นมากับตา ผู้ป่วยบาดเจ็บมาแท้ๆกลับยังต้องรอคิวอยู่เลย (ห้องฉุกเฉินคงเต็มมั้ง) การได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็สำคัญไม่น้อยน่ะครับ

ขอให้อาการดีขึ้นโดยไวครับผม

#1 By ข่าน on 2005-07-14 22:57

*:ClockTower-NagaRPG:* View my profile

Recommend